อยากนั่งในที่ๆ มองเห็นคนรักและห่วงใยในหลวงเหมือนเราทุกวัน

“อยากนั่งในที่ๆ มองเห็นคนรักและห่วงใยในหลวงเหมือนเราทุกวัน”
ถนนหน้าพระบรมมหาราชวังเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนสวมชุดดำเดินขวักไขว่ ผ่านมาแล้ว 13 วัน กับการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แต่พื้นที่แห่งนี้ไม่เคยว่างเว้นจากพสกนิกรผู้จงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เลย
อัญชนาหญิงผมหยักศกยาวประบ่า กำลังนั่งเหม่อไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบด้าน เธอสวมเสื้อสีดำคอปก กางเกงขายาวสีเดียวกัน สวมร้องเท้าแตะรัดส้น ข้างกายมีกระเป๋าถือสีดำ เธอยิ้มให้ฉันและเชิญชวนให้นั่งตรงที่ว่างข้างๆ อย่างเป็นมิตร เธอบอกว่าแม้อายุจะผ่านเลข 5 มาแล้ว แต่เธอยังไม่เคยแต่งงาน เธอเป็นเด็กอีสาน พ่อแม่ฐานะยากจน ส่งเสียให้เรียนได้แค่ ป.4 หลังจากนั้นก็เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ปัจจุบันเธอทำงานอยู่ที่โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง
ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่เธอมานั่งนิ่งๆ ดูผู้คนที่มาร่วมงานถวายความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 วันแรกที่มานั่งตรงนี้คือ วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2559 และมาอีกครั้งในสองวันถัดมาและวันนี้ เธอบอกว่าจะมาอีกเรื่อยๆ เพราะเธอนั้นรักและอาลัยในพระองค์ท่านมาก ทั้งยังชอบที่จะนั่งมอง ผู้คนหลากหลายวัยที่มาร่วมแสดงความรักความอาลัยที่ท้องสนามหลวง เพราะวันที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคตนั้นเธอมาส่งเสด็จไม่ได้
เธอเล่าว่า “…ตอนรู้ข่าวตกใจมาก รู้ข่าวตอนทุ่มกว่า ตอนนั้นเลิกงานพอดี เพื่อนเธอดูข่าวจากมือถือ แต่เธอก็ไม่เชื่อ จนประกาศตอนหนึ่งทุ่ม หลังจากทราบข่าววันแรกๆ เธอกินข่าวไม่ได้เลย ร้องไห้เสียใจมาก ก็รู้ว่าท่านไม่สบายมาสักพักแล้ว ครั้งหนึ่งมีข่าวว่าท่านหายแล้วก็ดีใจ ท่านเป็นเหมือนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เสียใจก็ต้องทน ต้องเก็บไว้ในใจ”
เมื่อครั้งที่เธอเป็นเด็ก เธอเห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทางโทรทัศน์ว่าท่านทรงงานหนัก คอยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความทุกข์ยากหรือเดือดร้อนเสมอ เสด็จไปในพื้นที่ทุรกันดาร เพื่อช่วยเหลือลูกๆ ของท่าน คนบ้านนอกอย่างเธอรู้ซึ้งคำว่ากันดารแล้งแค้นนั้นเป็นอย่างไร
เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จเปิดเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งพระองค์มีพระราชดำริให้สร้างเพื่อช่วยเหลือเรื่องปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง แก่ชาวนาในจังหวัดอุบลราชธานี เธอมีโอกาสได้ชื่นชมพระบารมีเพียงชั่วครู่ แต่ความทรงจำนั้นยังตราตรึงอยู่ในใจจนถึงทุกวันนี้
“ท่านเป็นคนดี ช่วยเหลือประชาชน แต่ก่อนเรายากจน แต่พอท่านสร้างเขื่อน ที่นาและบ้านก็ไม่ถูกน้ำท่วมอีกเลย ท่านมีพระราชดำริให้จัดหาที่ดินให้กับประชาชนที่ถูกน้ำท่วม ให้ย้ายมาอยู่ใกล้เขื่อน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราก็รู้สึกรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มากขึ้นเรื่อยๆ”
วันเวลาผ่านไปอีก 30 กว่าปี อัญชนาใช้ชีวิตเป็นสาวโรงงานแถวปริมณฑล จึงมีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งหนึ่งวันเฉลิมพระชนม์พรรษาที่วัดพระแก้ว
“ได้เจอพระองค์ท่าน อีกครั้งตอนอายุ 40 ปี วันนั้นไปเฝ้ารับเสด็จฯ ที่วัดพระแก้ว ทุกครั้งที่พระองค์เสด็จ รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้เจอ เพราะอยู่บ้านนอกไม่เคยเจอพระองค์ท่านเลย”
อัญชนาบอกว่าเธอลงนามถวายความอาลัยแล้วหลายครั้งตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ แม้จะมาที่นี่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง เธอรู้สึกว่าในวังไม่ใช่ที่ของประชาชนอย่างเธอ จึงได้แต่ยกมือท่วมหัวระลึกถึงพระองค์อยู่นอกกำแพงวัดพระแก้วฯ เธอมานั่งตรงนี้ตั้งแต่ช่วงสายๆ และอยู่จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน แค่มาซึมซับบรรยากาศที่เกิดขึ้นรอบสนามหลวง
“เวลาไปห้างใหญ่ๆ ก็ไปลงนามถวายความอาลัย เห็นที่ไหนก็ไปลงชื่อ เราชอบมาที่สนามหลวง ดูเพื่อนๆ ประชาชน และการจัดการของรัฐบาล วันนี้มาถึง 11 โมงเช้า ยังไม่รู้จะกลับกี่โมง คงดึกๆ เมื่อวานก็มา ได้รับเสด็จฯ พระเทพฯ รู้สึกดีที่ได้มานั่งตรงนี้ อยู่ที่นี่ทำให้ไม่คิดห่วงอะไร เห็นคนเยอะก็รู้สึกดีขึ้น อยากนั่งอยู่ในที่ๆ มองเห็นคนรักและห่วงใยในหลวงรัชกาลที่ 9 เหมือนเราทุกวัน”
อัญชนาบอกว่าเธอจะดำเนินชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ต้องช่วยเหลือตนเองให้มากขึ้น ประหยัดให้มากขึ้น ใช้ชีวิตพอเพียง ไม่เที่ยวให้สิ้นเปลืองมาก พระองค์ท่านทรงสอนไว้ วันนี้ไม่มีพระองค์ท่าน คนไทยต้องช่วยตัวเอง ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน เพียงเท่านี้ก็เพียงพอ
ก่อนเราจะกล่าวลากัน อัญชนาถามว่าฉันได้เห็นหมอกธุมเกตุ และพระอาทิตย์ทรงกลดบ้างไหม เธอไม่ได้เห็นเลย มีเพื่อนสนิทที่มาร่วมพีธีเคลื่อนพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชเข้าพระบรมมหาราชวัง ที่เห็นแล้วถ่ายรูปส่งไลน์มาให้ กลับมาก็ยังเล่าให้ฟังด้วยความตื่นเต้น แต่แม้เธอจะไม่ได้ด้วยตาตนเอง แต่เพื่อนเห็นจริง เธอจึงเชื่อหมดใจว่านั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ
“เราเชื่อนะ ดีใจที่เกิดเหตุการณ์น่าอัศจรรรย์อย่างนี้ เราคิดว่าท่านศักดิ์สิทธิ์ ท่านเป็นคนดี ปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างนี้ เหมือนเป็นนิมิตของการต้อนรับพระองค์สู่สวรรค์”
อัญชนาพูดด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้ม เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวในหลวงรัชกาลที่ 9 ฉันรับรู้ความรู้สึกนั้นจากดวงตาที่เป็นประกายและน้ำเสียงที่นุ่มนวล ไม่สั่นเครือ

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สสส.