ห่วงมากที่สุดคือประเทศไทยในอนาคต ไม่มีในหลวงอยู่แล้วไม่รู้ประเทศจะเป็นยังไง

“ห่วงมากที่สุดคือประเทศไทยในอนาคต ไม่มีในหลวงอยู่แล้วไม่รู้ประเทศจะเป็นยังไง”
นาราภรณ์ ข้าราชการกรมที่ดินอายุ 54 ปี บอกว่าเมื่อเวลาผ่านไป เรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 อาจจะถูกลืมเลือนไป เป็นแค่เนื้อหาในหนังสือประวัติศาสตร์ และเมื่อถึงวันที่ผู้คนเริ่มลืมเลือนพระองค์ท่าน เธอจะเล่าเรื่องราวการสวรรคตของในหลวงให้คนในครอบครัวฟังว่า ในวันที่พระองค์ท่านเสด็จ
สวรรคตนั้น น้ำตาของประชาชนทุกหลังคาเรือน ไหลอาบแก้มทั้งประเทศ แสดงความอาลัยรักในพระองค์ทุกตารางนิ้ว ถนนทุกสายที่มาถึงท้องสนามหลวง พระบรมมหาราชวัง และโรงพยาบาลศิริราช เต็มไปด้วยคนสวมชุดสีดำ และตลอดระยะเวลา 3 เดือน รถเมลล์โดยสารทุกคัน เรือทุกลำ มีแต่คนสวมชุดดำ หรือชุดสีสุภาพติดโบว์ไว้อาลัยสีดำตรงหัวใจ เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ที่ทำประโยชน์เพื่อแผ่นดินมาตลอดพระชนม์ชีพของท่าน
“ป้าจะเล่าว่าท่านเป็นคนดี รักประเทศไทย ท่านทรงงานหนักเพื่อประเทศไทยหลายอย่าง ทำให้ประเทศไทยมีอยู่มีกิน สร้างโครงการสี่พันกว่าโครงการ ทรงเสียสละเงินส่วนพระองค์ เพื่อเป็นทุนตั้งต้นโครงการ โครงการเศรษฐกิจพอเพียง โครงการช่างหัวมัน มันเยอะมากจนพูดไม่หมด พูดไม่ถูกเลย ”
เธอยิ้มและพูดด้วยท่าทีมีความสุขเมื่อถูกถามเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 และสิ่งที่พระองค์ท่านสร้างไว้ให้กับประเทศชาติ
นาราภรณ์ ก็ไม่ต่างจากคนไทยคนอื่นๆ ที่เมื่อได้รู้ข่าวในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จสวรรคต ก็เกิดความเสียใจ ตกใจ ไม่อยากให้เป็นความจริง แม้จะพอคาดเดาเหตุการณ์ได้จากการปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพร นายกรัฐมนตรียกเลิกเที่ยวบิน แต่เธอก็ไม่ทันเตรียมใจไว้ก่อน น้ำตาของข้าราชการไทยอีกคนก็ไหลออกมาด้วยความรู้สึกสูญเสียอย่างที่สุด
“ข่าวพระองค์ท่านประชวรก็รับรู้ ติดตามจากทีวีและหนังสือพิมพ์อยู่เรื่อยๆ เสด็จประทับรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชบ่อยๆ ตั้งแต่ ปี 56 ก็ประทับรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลนานขึ้น เสด็จแปรพระราชฐานไปวังไกลกังวลครั้งหนึ่ง แล้วก็กลับมาประทับที่โรงพยาบาลและต่อมาท่านก็เสด็จสวรรคต เธอก็เตรียมใจไว้บ้างว่าทรงประชวรหนัก ท่านทรงงานหนัก แต่ก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องการสวรรคตเลย ยังไม่อยากยอมรับความจริงว่าท่านสวรรคตแล้ว เพราะยังอยากให้ท่านอยู่เป็นกษัตริย์คู่กับประชาชนชาวไทยไปอีก”
เธอสอนลูกให้รักและเคารพในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะพระองค์เป็นคนดี เธอเล่าให้พวกเขารู้ว่าท่านทรงงานหนักเพื่อประชาชน เมื่อรู้ข่าวการสวรรคตลูกของเธอเสียใจ ร้องไห้และเศร้าเหมือนเธอ พวกเขาอยากให้พระองค์ท่านอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรไปนานๆ เพราะคนไทยทุกคนต่างได้ประโยชน์จากโครงการที่พระองค์ตั้งขึ้น โครงการหลวงทำให้ชาวบ้าน ชาวเขาบนดอยในภาคเหนือมีงานทำ ประชาชนก็ได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพ เธอบอกว่าลูกชอบดื่มน้ำมะเขือเทศดอยคำ
วันแรกที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต นาราภรณ์ตักบาตรอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลทุกเช้า สิ่งที่เธอสังเกตเห็นก็คือ ในเช้าวันนั้นมีเพื่อนบ้านออกมาตักบาตรมากเป็นพิเศษ และค่อยๆ น้อยลงตามวันเวลา เธอยังไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ที่สนามหลวง ตั้งใจว่าจะเข้าร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และไปกราบถวายความอาลัยในวันแรกที่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพหน้าพระบรมโกศ
“เรายังไม่ได้ไปร่วมพิธีอะไรที่สนามหลวงเลย รอไปกราบพรบรมศพหลัง 28 ตุลาคม ที่เปิดให้ประชาชนเข้าข้างในวัง พรุ่งนี้ (22 ตุลาคม) จะไปร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่สนามหลวงเหมือนกัน อยากไปมากๆ อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมทำอะไรให้กับท่านครั้งสุดท้าย”
เธอบอกความตั้งใจที่จะเดินทางไปร่วมร้องเพลงและเข้ากราบพระบรมศพ เพื่อใกล้ชิดพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ฉันอาจจะยืนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีข้างๆ เธอในท้องสนามหลวง

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สสส.