พัฒนา ‘แบบวัดไอคิวเด็กไทย’ เวอร์ชั่น 4.0

กรมสุขภาพจิต วิจัยพัฒนาแบบวัดไอคิวเด็กไทยอายุ 2-15 ปี เวอร์ชั่นใหม่ให้ทันยุคไทยแลนด์ 4.0 หากพบเด็กมีไอคิวต่ำจะได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว คาดประกาศใช้ปลายปี 2563 นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า กรมสุขภาพจิตมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเด็กไทยมีระดับเชาวน์ปัญญาหรือไอคิว (Intelligent Quotient : IQ) ไม่ต่ำกว่า100 จุดเทียบเท่าเด็กสากล

เพื่อเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์และเตรียมความพร้อมการแข่งขันระดับประเทศ ซึ่งเชาวน์ปัญญานั้นเป็นความสามารถของบุคคลในการเรียนรู้ เข้าใจ จดจำ วิเคราะห์ สังเคราะห์และคิดได้อย่างมีเหตุผล จากการสำรวจระดับไอคิวครั้งล่าสุดในปี 2559 ในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 23,641 คนทั่วประเทศ พบภาพรวมทั้งประเทศมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 98.23 จุด เทียบกับปี 2554 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 94.58 จุด โดยในภาพรวมของประเทศยังมีเด็กประถมศึกษา ปีที่ 1 ที่มีไอคิวต่ำกว่าค่าปกติคือต่ำกว่า 90 จุด อยู่ถึงร้อยละ 37.61 หรือคาดว่ามีประมาณ 3 แสนกว่าคนทั่วประเทศ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดว่าไอคิวกลุ่มนี้ไม่ควรมีเกินร้อยละ 25 ซึ่งในจำนวนนี้มีระดับไอคิวน้อยกว่า 70 จุดที่จัดอยู่ในเกณฑ์เข้าข่ายสติปัญญาบกพร่องที่ต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือทันทีอยู่ถึงร้อยละ 5.8 ระดับไอคิวของเด็กมีต้นทุนร้อยละ 70 มาจากกรรมพันธุ์ และร้อยละ 30 พัฒนาขึ้นได้จากการเลี้ยงดู ในปี 2561 นี้กรมสุขภาพจิตเร่งดำเนินการเรื่องไอคิวเด็กไทย 2 เรื่องใหญ่ เรื่องแรกคือ การวัดระดับไอคิวเด็กไทยในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จะทำการประเมินทั่วประเทศในเดือนมิถุนายน 2561 คาดจะรู้ผลในเดือนสิงหาคม 2561 เรื่องที่สอง คือการพัฒนาแบบทดสอบไอคิวของเด็กอายุ 2-15 ปีให้ทันสมัยสอดรับกับยุคไทยแลนด์ 4.0 และใช้งานง่ายสำหรับบุคลากรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับเด็ก โดยเฉพาะครูและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถใช้ได้เพื่อใช้ติดตามและแก้ปัญหาเด็กไอคิวต่ำได้อย่างรวดเร็ว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth